เรื่องที่น่าห่วงกับมือใหม่ที่ได้หุ้น OR

อาจเกิดเรื่องที่ฮือฮา lucia168 แล้วก็น่าดึงดูดที่สุดเมื่อวานนี้* ของแวดวงตลาดทุนกับการเข้าค้าขายวันแรกของหุ้น OR หนึ่งในกรุ๊ปธุรกิจของ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (PTT) ที่เปิดตัวงาม บวกไปถึง 62.50% ของราคา IPO ปิดที่ 29.25 บาท จาก 18 บาท (*11 ก.พ. 2564)

ก็จำต้องขอแสดงความยินดีกับคนที่มีหุ้นทุกคนด้วย ส่วนตัวก็จองมาได้กับเขาอยู่บ้างแบบเดียวกัน 🙂 แม้กระนั้นผมมิได้จะมาพินิจพิจารณา วิภาควิจารณ์ฐานรากต้นเหตุ หรือแนวโน้มราคาของหุ้นตัวนี้ เพียงมีสิ่งที่เป็นข้อกลุ้มใจรวมทั้งเป็นห่วงจากการเปิดตัวแล้วก็เปิดราคาของหุ้น OR อันควรต้องรีบเขียนมาสะกิดรวมทั้งต้องการฝากเตือนคนมีหุ้น โดยอย่างมากมือใหม่ ในบางมุมมองครั้งละหลักสำคัญดังต่อไปนี้

อย่าหลงไปกับผลกำไรคราวนี้!

มันอาจเกิดเรื่องที่น่าเร้าใจแล้วก็ชอบใจสำหรับมือใหม่ที่ซื้อหุ้นแล้วผลกำไร 40 – 60% กรณีขายไปเมื่อวานนี้ เนื่องจากนับว่าเป็นผลกำไรไม่น้อยเลย lucia168 ก็เลยอยากที่จะให้รู้ไว้อย่างหนึ่งว่า มีคนจำนวนไม่น้อยลงทุนมานับเป็นเวลาหลายปีก็ไม่เคยได้กำไรเท่านี้จากการค้าขายครั้งเดียว นี่ควรต้องเป็นสิ่งที่เตือนมือใหม่ว่า “อย่ารู้สึกว่าถัดไปจะได้อย่างงี้อีกกล้วยๆ!” โดยเป็นอย่างมากการที่ใช้เวลาเพียงแต่ไม่กี่วัน เพราะว่าในกรณีธรรมดา การที่จะทำเงินจากหุ้นราว 50% ไม่ใช่ง่าย ซึ่งมิได้กล่าวว่าทำไม่ได้ไหมมี เพียงแค่ขั้นต่ำก็จำเป็นต้องซื้อและก็ถือไว้นับเป็นเวลาหลายเดือนหรือนับปี อันนี้ว่ากันโดยธรรมดา ไม่นับหุ้นปั่นหุ้นซิ่ง หรือหุ้นอนุพันธ์ ที่มันก็นับว่าคนกรณี (ส่วนหุ้น Delta อันนั้นก็จัดว่าสิ่งอัศจรรย์ในรอบหลายสิบปีที่ไม่มีผู้ใดทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดด้วยเหมือนกัน)

อาจจะเริ่มเข้าใจในเหตุที่ห่วง ด้วยเหตุว่ามันทำให้คนไม่มีประสบการณ์มีความรู้สึกว่าตลาดหลักทรัพย์นั้นผลกำไรง่ายมาก ถ้าหากพอใจลงทุนต่อก็ช่างเถอะ แต่ว่าอย่าไปหลงกับผลกำไรที่ได้คราวนี้ก็เพียงพอ…

ขายหมู ดีมากยิ่งกว่า เสียสุนัข!

อีกหัวข้อก็คงจะมีไม่น้อยที่ขายหุ้นไปแล้วและก็พบว่าหุ้นยังขึ้นไปอีก! ในภาษาที่เขาเรียกว่า “ขายหมู” อาจจะรู้สึกเสียดายคือเรื่องปกติ แล้วก็ใช่ มันเป็นปกติที่ต้องการให้รู้เรื่องว่าไม่มีผู้ใดทราบจริงหรอกว่าราคาแพงสุดและก็ต่ำสุดมันอยู่จุดไหน มันบางทีก็อาจจะขึ้นเลยจุดที่คุณขายไปได้อีกมากมาย แม้กระนั้นมันก็บางทีอาจลงต่ำลงยิ่งกว่าจุดที่คุณขายได้เหมือนกัน แต่ว่าเรื่องหนึ่งเป็น “เสียดายจนถึงไปซื้อคืนมา” การซื้อคืนไม่ผิดอะไร พวกเราบางทีอาจขายไปตอน 25 บาท แล้วนับตั้งแต่นี้ต่อไปซื้อคืนมาสัก 24 บาท มองได้กำไรเพิ่มในจุดนั้น แม้กระนั้นคนใดกันจะทราบถ้าหากมันแปลงเป็นลงไปอยู่ที่ 18 – 19 บาทอยู่เป็นปีต่อไปนี้จะว่ายังไง? แปลงเป็น “เสียสุนัข” ไปแทน

ย้ำ! มิได้ห้ามกลับไปซื้อครับ ก็แค่เพียงแค่อยากที่จะให้รู้เรื่องตามที่กล่าวว่า “ไม่มีผู้ใดทราบหรอก” คิด ทวน ตริตรองให้ดีซะก่อน อย่ากลับไปซื้อเพียง “ความรู้สึกเสียดาย” เพียงอย่างเดียวก็เพียงแค่นั้น

อย่าหาทำ!

ท้ายที่สุดไม่มีความแตกต่างมากมายจาก 2 เรื่องที่เตือนไปแต่ว่าอาจมีอีกหลายความนึกคิดในทำนองคล้ายคลึงกัน ต้องการให้ทวนว่าการมาจองหุ้น OR คราวนี้แล้วได้หุ้นมาแต่ก่อนพวกเราคิดอะไร ซื้อเก็บไว้ระยะยาว หรือคนไหนกันชี้แนะมา พวกเรามีความเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน…

สิ่งที่ไม่ควรที่จะทำ หรืออย่าหาทำสิ่งแรก ก็คือ อย่าไปอ้างเชิญผู้ใดกันมาว่าเล่นหุ้นนี้ดี เพราะว่าจังหวะดีมิได้มีบ่อยครั้งหรือโชคดีราวกับคราวนี้

อย่าหาทำต่อมา เป็นรีบขนเงินมาลงทุนเพิ่ม หรือรีบมาลงทุนบ้าง (กรณีมิได้หุ้น OR กับเขาแต่ว่ามองเห็นข่าวสาร) โดยยิ่งไปกว่านั้นการไปดึงเงินส่วนอื่นๆมา ต้องการให้ใจเย็นและก็มีสติสัมปชัญญะ อย่าไม่มีความสนใจการเรียน ทำความเข้าใจ ตลาดค้าหุ้นยังอยู่ไปอีกนาน คงจะเป็นเวลายาวนานกว่าชีวิตพวกเราด้วย จังหวะยังมีเสมอต่อให้หุ้น OR ที่บางทีอาจวนกลับมาแถว 18 บาทอีกทีก็ได้ ซึ่งส่วนตัวก็เห็นว่าไม่แปลกอะไร (แต่ว่าหากมาจะซื้อเพิ่มนะ :p)

ท้ายที่สุดบางทีอาจไม่ใช่แค่หุ้น OR เนื่องจากประโยคที่ว่าทุกการลงทุนมีการเสี่ยงฯ นั้นมันจริงเสมอ ประเด็นนี้ไม่ใช่อื่นใดเว้นแต่ประสงค์ดีและก็ห่วงใย การลงทุน การพัฒนาตัวเองทางด้านการเงินเป็นการดี ที่จำต้องทำอย่างมีสติสัมปชัญญะแล้วก็วิชาความรู้คู่กันไป โชคดีมีเงินมีทองขอรับ

กลับสู่หน้าหลัก

Leave a Comment

Your email address will not be published.